LoveTrap-series-

....Writer's Corner....

Talk about Fiction

.

.

โย่ว.... ในที่สุดก็แต่งเสร็จแล้วหนึ่งตอน แต่รู้สึกว่า... มันไม่ค่อยได้เรื่องสักเท่าไร 5 5 5

เพราะแต่งแบบเอาสีข้างเข้าถูมาก ๆ มุขตัน... (___!!___)

ผมเป็นพวกไม่ร่างโครงเรื่องไว้ คิดอะไรได้ ก็ค่อยใส่ ๆ ลงไป ทำให้บางทีดำเนินไปได้กลางเรื่อง

ก็ไม่รู้จะต่อยังไง เสียดื้อ ๆ 555+

แถมตอนตอน 6 รู้สึกจะแต่งค้างถึงฉากอย่างว่าอีกแล้ว โฮกกกกก.... ฉากปราบเซียนของผม TT____TT

ก็คนมันไม่หื่น(เหรอ?) แต่ยังไงก็คอยติดตามต่อไปนะฮับ รู้สึกว่าพระเอกของผมจะปราบนางเอก

ได้อยู่หมัดยังไงไม่รู้ -*- ทำไมยูยะยอมง่ายจังเลยวะ.... เอาเถอะ!! ก็พระเอกเค้าดีจริง (ลำเอียง.... 5 5 5)

.

.

Part.5

หึ หึ ก็แม่ของนายอนุญาตให้ชั้นเข้าไปอยู่ในบ้านแล้วล่ะ

อะไรนะ!!!?

ตากลมโตหันกลับมาจ้องใบหน้าคมช้า ๆ ราวกับหูฝาดเฝื่อนไป ร่างสูงแสยะยิ้ม

ไม่เชื่อก็ถามพวกพ่อบ้าน แม่บ้านดูสิ!!?

ยูยะหันไปมองทางคนขับรถของตน ที่นั่งอยู่ข้างหน้า ขนาดไม่ได้หันมามอง โคทาโร่ยังรู้สึกถึงสายตาเย็นเยียบของคุณหนูเลย นั่งตัวเกร็งไปหมด

จริงเหรอ? ที่แม่อนุญาตให้คนชั้นต่ำพรรค์นี้เข้ามาอยู่ในบ้านเรา.

น้ำเสียงของร่างเล็กบ่งบอกถึงความกลัว แม้มันจะถูกซ่อนอยู่ในน้ำเสียงขู่แกมบังคับก็เถอะ ถ้าเค้าไม่ตอบคงถูกสายตาที่เหมือนเข็มแทงทะลุไปทั่วร่างแน่ ๆ

ชะ...ใช่ครับ

คุซาโนะระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นรถ เมื่อคนขับรถพูดจบ ใบหน้าซีดขาวยิ่งซีดหนักเข้าไปอีก แกล้งคนที่หยิ่งยโสให้เจ็บปวดได้นี่.... มันช่างสะใจ จริง ๆ ......แต่ความรู้สึกของอีกฝ่ายล่ะ มันมากเกินกว่าคำว่าเศร้าเสียอีก เหมือนถูกหักหลัง ทุกคนที่เคยเป็นพวกเค้ามาก่อน ต้องมาทำตัวดีกับผู้ชายที่เค้าเกลียด เค้าจะต้องอยู่ในฐานะที่เท่าเทียมกับหมอนี่งั้นเหรอ? แล้วสิ่งที่เจ็บปวดที่สุด คือ...

แม่ไม่ได้รักเค้าคนเดียวอีกแล้วใช่ไหม?

แม่หักหลัง...ทรยศป๋า.....

แม่เลือกผู้ชายคนนั้น.........

หัวใจจมดิ่งสู่ความมืดมิด อยากจะร้องไห้แต่ไม่สามารถร้องออกมาได้ ไม่อยากให้ใครดูถูกและหาว่าอ่อนแอ จะทำอย่างไรต่อไปดี.... มีเพียงทางเดียวคือ ต้องสู้และอดทนใช่ไหม? ได้...ในเมื่อกล้าเข้ามาอยู่ เค้าก็จะขอต้อนรับในแบบของเค้าเอง..... คอยดู!!

ชั่วขณะที่ร่างเล็กมึนงงและสับสนอยู่ แรงดิ้นและขัดขืนก็หายไป คุซาโนะค่อย ๆ เลื่อนมือไปโอบบ่าเล็กสั่นเทาไว้ ใบหน้ามนได้รูปซบอยู่กับอกของเค้าอย่างไม่รู้ตัว กลิ่นผิวหอมอ่อน ๆ ที่ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมราคาแพงอย่างวันนั้น ทำให้วันคืนอันเร่าร้อนย้อนหวนกลับมาชัดเจน รูปร่างบอบบาง ผิวขาวละเอียด ความคิดถึง ความโหยหาแทรกซึมอย่างไม่รู้ตัว มือใหญ่เชยคางมนขึ้น พร้อมกับเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ ดวงตากลมโตที่ยังหลงเหลือร่องรอยของความสับสน ไม่รู้ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นกับตน....

เฮ้ย............

ยูยะเบิกตากว้าง เมื่อริมฝีปากสีสดสัมผัสลงริมฝีปากของตน ไม่ทันจะดิ้นรนขัดขืนอีกแล้ว.... แขนใหญ่แข็งแรงเอื้อมมาโอบรัดร่างของตนแน่น ร่างเล็กได้แต่พยายามทุบหลังกว้างหลายครั้ง ก็ไม่มีท่าทีว่าอีกคนจะรู้สึกรู้สา จนพอใจแล้วนั้นแหละถึงเป็นฝ่ายผละออกไปเอง คุซาโนะก้มกระซิบที่ข้างหูแดง ๆ ของอีกฝ่าย

อย่าโวยวายน้า.... ถ้าอยากให้คนขับรถของนายหันมาเห็น ก็ตามใจ

ไอ้.....ไอ้....... โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย...........

ร่างเล็กกลืนคำด่าลงคอ แต่ถ้าไม่แก้แค้นเลยก็ไม่หายหงุดหงิด..... เห็นกระเป๋าเรียนที่วางอยู่ข้างตัวเอง แกล้งปัดให้หล่นโดนเท้าของอีกฝ่าย.... วันนี้อาจารย์ภาษาอังกฤษให้เอาดิกชันนี่ลองแมนมาซะด้วย เหอ ๆ

โอะ....โอ้ยยย.....

จุ....จุ...อย่าส่งเสียงดังสิ เดี๋ยวคนขับรถก็สงสัยหรอก... ยูยะรีบเอามืออุดปากร่างสูงที่กำลังทำหน้าเหยเก กระซิบด้วยถ้อยคำที่ดูเป็นห่วงจากใจจริง แต่สีหน้าดูท่าจะสะใจเสียมากกว่า....

ฮึ่ม!! ฝากไว้ก่อนเถอะ

ร่างสูงได้แต่คิดในใจ..... พร้อมกับกุมเท้าตัวเองไว้แน่น น้ำตาแทบเล็ด คนเจ็บแต่ไม่ให้ร้อง มันยิ่งเจ็บมากกว่าเดิมหลายเท่านะเฟ้ย....

เมื่อรถคันโตแล่นมาจอดที่หน้าบ้าน ร่างเล็กรีบวิ่งเข้าคฤหาสน์หลังโต พลางตะโกนเรียกคนรับใช้ในบ้านออกมาให้หมด ทุกคนรีบวิ่งออกมา ชิโนะก็ด้วยเช่นกัน ไม่รู้ว่าวันนี้คุณหนูอารมณ์เสียมาหรือเปล่า? ทำไมถึงมาเรียกเอาเวลานี้

มีอะไรค่ะ คุณหนู.... 

ชิโนะ ทำไมไม่มีใครบอกเราว่า ผู้ชายคนนั่นจะเข้ามาอยู่ในบ้าน? ยูยะพยายามใช้เสียงเบาที่สุด เค้นถามแม่นมของตน

เอ๋? คนไหนค่ะ.... หญิงสาวมองหน้าคุณหนูของตนด้วยความฉงน ยูยะบุ้ยหน้าไปทางร่างสูงที่กำลังเดินตามเข้ามา

อ่อ... คนนี้นะเหรอค่ะ เพื่อนสนิทของคุณหนู ที่คุณหญิงให้มาอยู่ด้วย.....

ห๊า.... เพื่อนสนิทชั้น!!

ก็คุณหญิงท่านบอกว่า เพื่อนสนิทของคุณหนูจะมาอยู่ที่บ้านของเรา เพราะครอบครัวของคุณชายคนนั่นที่บ้านย้ายไปอยู่ต่างประเทศไม่ใช่เหรอค่ะ

ยูยะเข้าใจในทันที หึ่ม!! นางจิ้งจอก สมญานามที่ได้รับมาของแม่เค้า เจ้าเล่ห์เป็นที่สุด ไม่อยากให้ตัวเองเสื่อมเสียชื่อเสียงสินะ!! เลยใช้แผนการโกหกแบบนี้ แล้วที่น่าโมโห ยังใช้ลูกชายตัวเองเป็นเครื่องมือได้ลงคอ อย่านึกว่า เค้าจะยอมให้แม่บีบบังคับได้ง่าย ๆ

ไม่ใช่!! คนนี้แหละ ผู้ชายของแม่.... ไอ้โฮสท์คนนั้น ที่มัน..... ทำร้ายชั้นด้วย.... ร่างเล็กเกือบจะหลุดปากออกมาแล้ว ดีที่ยั้งไว้ทัน

อุ้ยตาย.... จริงเหรอค่ะ อายุน้อยขนาดนี้เชียว หญิงสาวไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เด็กหนุ่มที่ดูอายุไม่เกิน 18 แบบนี้นะเหรอ จะทำงานเป็นโฮสท์ ที่ขายตัวเพื่อแลกเงินแบบนั้น? คนเรานี่รู้หน้าไม่รู้ใจจริง ๆ

แล้วจะให้ดิชั้น ทำยังไงล่ะค่ะ? คุณหญิงสั่งมาซะด้วย ในบ้านไม่มีใครทราบเลยว่าคุณชายคนนั่นเป็นโฮสท์

โว้ยยยยยยยยยยยย........

ยูยะอยากจะตะโกนออกมาให้ลั่นบ้าน เดินปึ่งปังขึ้นห้องตัวเองอย่างรวดเร็ว เจ็บใจนัก!! ทำไมเรื่องถึงเป็นแบบนี้ เพราะแม่รู้สินะ แม่รู้นิสัยเค้าดีสินะ รู้ว่าเค้าจะเป็นยังไง จะทำยังไงกับผู้ชายของแม่ ไม่นึกว่าจะดักทางเราไว้หมดแบบนี้

......................

..........................

ชิโนะได้แต่ส่ายหน้า มองร่างสูงที่เดินเข้ามาอย่างพินิจพิเคราะห์ ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม จัดว่าเป็นเด็กผู้ชายที่หน้าตาดีมาก ๆ คนหนึ่ง ตาเฉี่ยว จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากได้รูป ที่มักจะยกยิ้มมุมปากบ่งบอกความดื้อรั้น เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนเหยียดตรง ยาวระต้นคอ ร่างกายแม้จะไม่ได้สูงโปร่งเหมือนนายแบบ แต่ก็สมส่วนดูดี เพราะไหล่และแผงอกกว้าง หลังตรงและมีความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ แม้จะเดินดูเป็นนักเลงไปหน่อยก็เถอะ เสียดาย..... ตรงที่สายตามักจะดูแฝงความเหงาไว้ภายใต้สายตาที่ดุดัน ถ้าลองมองเข้าไปลึก ๆ จะรู้สึกถึงความเศร้า เหมือนกับสายตาของคุณหนู....

ไม่อยากจะเชื่อจริง ๆ ว่าเด็กผู้ชายที่แสนจะดูขี้เหงาคนนี้ จะทำงานเป็นโฮสท์และเป็นผู้ชายคนใหม่ของคุณผู้หญิง เผลอ ๆ ไม่แน่ อาจจะได้เรียกเค้าว่า คุณผู้ชายก็ได้

ดิฉันคงต้องทำตามหน้าที่นะค่ะ คุณหนู หญิงชราพึมพำเบา ๆ

..................................

..........................................

ร่างเล็กขึ้นไปเปลี่ยนชุด แล้วก็สั่งให้คนเอารถออกทันที คุซาโนะที่เข้ามาเก็บของในห้องของตนที่จัดไว้ ข้าง ๆ กับห้องนอนของร่างเล็ก คลี่ม่านจากหน้าต่าง มองดูรถของยูยะที่กำลังแล่นออกไปด้วยความสงสัย

นี่นะเหรอ? ไม่เลวนี้... ร่างเล็กเลื่อนกระจกรถลง ตากลมโตหรี่เล็กอย่างพินิจพิเคราะห์ แมนชั่นหรูน้อยซะเมื่อไหร่ ทำเลใจกลางเมืองแบบนี้ คงแพงไม่ใช่เล่น อย่างหมอนั่นมีปัญญาด้วยเหรอ? ยูยะมองยอดตึกสีขาวสูง ก่อนจะเลื่อนสายตาลงมาที่หน้าแมนชั่น สักพักประตูอัตโนมัติตรงล็อบบี้ก็เลื่อนออก ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่ง หน้าหวานค่อนไปทางผู้หญิง ยิ้มให้รปภ. อย่างคุ้นเคย รอยยิ้มที่ดูใสซื่อเหลือเกิน

สวัสดีครับ ไอบะจัง ไปทำงานแล้วเหรอครับ

ไปก่อนนะครับ พี่ยาม เดี๋ยวดึก ๆ ผมซื้อขนมมาฝาก

ไอบะยิ้มให้อีกครั้ง ก่อนเดินไปโบกแท็กซี่ คนขับรถคนสนิทจึงหันมาถามนายน้อยของตนว่าจะเอายังไงต่อไป ยูยะส่ายหน้า

ไม่ต้องตาม ไปอีกที่ ได้แล้ว.....

..

.

คุซาโนะใช้เวลาว่างที่เหลือจากการจัดห้องเดินสำรวจภายในบ้านอย่างใจเย็น ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างดูมีราคา สมกับเป็นคฤหาสน์อันใหญ่โตของตระกูลเทโงชิจริง ๆ เดินมาเรื่อย ๆ ในที่สุดก็วนกลับมาที่ห้องของเค้าเอง ประตูห้องที่อยู่ตรงข้ามห้องเค้า ดูเหมือนว่าจะเป็นห้องนอนขอคุณชายของบ้าน มีรูปเพนกวินแขวนไว้หน้าห้องด้วย เด็กชะมัด!!

คุณชายค่ะ ได้เวลารับประทานอาหารเย็นแล้วค่ะ หญิงรับใช้เดินเข้ามาเรียกชายหนุ่มด้วยท่าทางสุภาพ คุซาโนะประหม่าไปเล็กน้อย ไม่ชินกับการถูกดูแล ปฎิบัติเยี่ยงคนสูงส่งแบบนี้ เค้าเองตอนทำงานต้องเป็นฝ่ายเอาใจ ก้มหัวให้ลูกค้าเสียมากกว่า ยูยะเองก็กลับมาแล้ว นั่งรอที่โต๊ะทานอาหารด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ชักช้าจริง ๆ ร่างเล็กอดพูดกระแหนะกระแหนไม่ได้ ไม่อยากจะมาทานข้าวร่วมโต๊ะกับเจ้านี่เลย

ทำไม? คิดถึงผมเหรอ? คุซาโนะดูเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สมอะไรเท่าไร

ยี๋..... ร่างเล็กแบะปาก ก้มหน้าก้มตาทานข้าวให้มันรีบเสร็จ ๆ ไป จะได้ไม่ต้องทนเหม็นหน้า เจ้านี่.... ทำพูดดีไปเถอะ แล้วนายจะรู้สึก

เช้าวันเสาร์วันหยุดเรียนวันแรก หลังจากเริ่มย้ายไปเรียนที่เดียวกับยูยะ คุซาโนะตื่นแต่เช้า เพื่อไปโรงพยาบาลตามปกติ เค้าเดินมายังชั้นล่างของบ้าน ก็เจอกับรถคันใหญ่ที่มาจอดรอตรงหน้าประตู อย่างรู้หน้าที่

คุณชายจะไปไหนครับ? 

อะ...เอ่อ... ไปเยี่ยมแม่นะ แต่ผมไปเองได้ ไม่เป็นไรครับ

ไม่ได้ครับ มันเป็นหน้าที่ 

เฮ้อ..... ร่างสูงได้แต่ถอนหายใจ ก็คุณคนขับทำหน้าจริงจังเสียขนาดนั้น ยังไงเสียเค้าก็คงจะต้องนั่งรถคันนี้ไปสินะ ร่างสูงยิ้มให้เล็กน้อยเป็นเชิงขอบคุณ ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งตรงเบาะหลังรถ คงจะต้องทำให้ตัวเองรีบชินกับการปฎิบัติแบบนี้ซะแล้วสิเรา.... คุซาโนะมาถึงโรงพยาบาลยังเช้าอยู่มาก คนค่อนข้างบังตา ร่างสูงเดินไปตามทางเดิน จนถึงหน้าห้องพักของแม่เค้า แล้วสายตาของเค้าก็เผชิญกับสิ่งปกติ ป้ายหน้าห้อง มันไม่ใช่ชื่อ แม่ของเค้านี่!! มันเป็นช่องเปล่า ๆ ร่างสูงรู้สุกเอะใจเป็นอันมาก รีบเปิดประตูเค้าไป

แม่!! แม่หายไปไหน?

เตียงนอนภายในห้องว่างเปล่า ผ้าปูเตียงขาวสะอาด โต๊ะ ตู้ ไม่มีร่องรอยว่าเคยมีคนอยู่เลยสักนิด คุซาโนะพยายามข่มใจไว้ ใจเย็นก่อนน้า อาจจะมีใครย้ายแม่เค้าไปไว้ที่ห้องอื่นก็ได้ ร่างสูงรีบวิ่งกลับไปตามทางเดิน ถามพยาบาลที่อยู่หน้าเคาท์เตอร์

ขอโทษนะครับ คนไข้ที่ชื่อ คุซาโนะ โนริโกะ ที่อยู่ห้อง XXX หายไปไหนครับ?

อ๋อ... ย้ายโรงพยาบาลไปแล้วนี่ค่ะ

หา!!!!!!!!!!????

อะไรนะครับ.... ย้ายโรงพยาบาล?

ก็เมื่อเย็นวาน มีคนมารับเธอไปนะค่ะ เป็นหลานของเธอนะค่ะ ชื่อไอบะ นี้ไงค่ะ ใบยินยอมส่งตัว

พี่ไอบะเหรอ? เป็นไปไม่ได้ ถ้าจะย้ายแม่เค้า ก็ต้องบอกเค้าก่อนสิ นางพยาบาลยื่นกระดาษสีขาวให้ร่างสูงดู ตาคมกวาดมอง เป็นตัวหนังสือของพี่ไอบะจริง ๆ

ย้ายไปที่ไหนทราบไหมครับ?

ไม่ได้แจ้งไว้นะค่ะ นางพยาบาลยิ้มให้ เด็กหนุ่มพยักหน้าเป็นเชิงขอบคุณ พอออกมาจากเคาท์เตอร์เสร็จ ก็รีบกดมือถือหาไอบะทันที

ฮัลโหล.... พี่ย้ายแม่ออกจากโรงพยาบาลเหรอ? 

อ้าว!! ก็เราเองเป็นคนบอกว่าจะย้าย อีกฝ่ายก็ตอบมาด้วยน้ำเสียงงงวย กำลังจะอ้าปากถามอยู่พอดี ไอบะก็ชิ่งพูดขึ้นเสียก่อน

ก็เราฝากใบเซ็นยินยอมให้เพื่อน เอามาให้พี่เซ็นไม่ใช่เหรอ?

เพื่อนผม? ใครกันครับ

เค้าบอกว่าชื่อ ยูยะ คนที่ตัวเล็ก ๆ ผิวขาว ๆ หน่อยนะ แล้วมีปัญหาอะไรหรือเปล่า? เฮ้!! ฮิโระ....

ไอบะรู้สึกสงสัยอยู่ไม่น้อย ทำไมน้องชายของเค้าถึงโทรมาถามราวกับไม่รู้เรื่องอะไรแบบนี้ แถมอยู่ ๆ ก็เงียบไปเสียอีก

ไม่มีอะไรครับ แค่นี้นะฮะ 

หลังวางสาย คุซาโนะก็เขวี้ยงมือถือลงพื้นด้วยความโกรธทันที ไม่เคย..... ไม่เคยโกรธใครเท่านี้มาก่อน ทำไมเจ้านั่น ถึงรู้เรื่องแม่ของเค้า แต่ถึงรู้ ก็ไม่คิดว่าจะเป็นคนใจไม้ไส้ระกำแบบนี้ แม่เค้าป่วยกระเสาะกระแส ถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ดี จะเกิดอะไรขึ้น? เพียงเพื่อต้องการให้คนที่ไม่มีค่าอะไรอย่างเค้า เจ็บปวด ต้องทำถึงเพียงนี้เชียวหรือ? เอาชีวิตคนมาล้อเล่นเชียวหรือ? เลือดในตัวเหมือนจะถูกสูบฉีดไปที่หัวจนเส้นขมับเต้นตุบ ๆ คุซาโนะกำหมัดแน่น ก่อนที่ตัวเองจะระงับโทสะไม่อยู่ สั่งให้คนขับรถกลับบ้านทันที

...............................................

................................................................

วันนี้ยูยะนัดกับชิเงะออกมาข้างนอก เพื่อจะมาซื้อของกัน ใกล้เวลาที่พี่ชายลูกพี่ลูกน้องของยูยะจะกลับจากอเมริกาแล้ว อยากจะซื้อของขวัญเตรียมไว้ให้พี่ชาย เค้าจึงลากชิเงะออกมาด้วย ทั้งสองคนเดินซื้อของอย่างเพลิดเพลินใจ โดยที่ร่างเล็กไม่รู้สึกเลยสักนิดว่า อีกคนที่กำลังรออยู่ที่บ้านนั้น โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดแค่ไหน พร้อมที่จะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ กว่ายูยะจะกลับถึงบ้านก็เกือบค่ำ ร่างเล็กเดินเข้ามาอย่างอารมณ์ดี สายตาก็มาสะดุดเข้ากับร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงโซฟาโถงกลางห้อง ชริ.... คนกำลังมีความสุข กลับต้องมาเจอหน้าคนที่ไม่อยากเห็น

วันนี้กลับซะมืดเชียวนะ สนุกไหม? เสียงทักเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง แม้จะดูเป็นถ้อยคำธรรมดาแต่ก็ทำให้ยูยะรู้สึกเย็นวาบอย่างบอกไม่ถูก

สนุกสิ!! สนุกมากเลยด้วย ยิ้มหวานประชดให้เสียหน่อย หารู้ไม่ว่ามันคือ การราดน้ำมันบนกองไฟ ร่างเล็กกำลังจะเดินขึ้นข้างบน กลับถูกมือใหญ่ฉุดไว้ ยูยะสะบัดหน้ากลับมามองทันที

เจ็บนะ!! ทำอะไรของนาย? 

แม้คุซาโนะจะอดทนนั่งรอร่างเล็กทั้งวัน พอที่หัวจะเย็นลงมาบ้าง แต่การที่เห็นหน้าสวย ๆ ยิ้มระรื่นดูท่าทางมีความสุขกับการออกไปเที่ยวกับเพื่อนนัก มันรู้สึกร้อนรุ่มในใจว่าใครกันที่ทำให้หมอนี่ยิ้มได้ซะขนาดนี้ คุซาโนะบีบต้นแขนแรงขึ้นจนร่างเล็กนิ่วหน้า

วันนี้ฉันไปเยี่ยมแม่มา... นาย!!! เอาแม่ฉันไปไว้ไหน? นายเป็นคนทำใช่ไหม ห๊า!!!!

ใช่!!!แล้วจะทำไม!!!!? เอาสิ.... คนอย่างเทโงชิ ยูยะ กล้าทำก็กล้ายอมรับ

นาย.... นายนี่มัน.... ทำไมถึงใจร้ายแบบนี้ นายยังมีความเป็นคนอยู่หรือเปล่า!!

คุซาโนะกัดฟันแน่น ยูยะไม่มีทีท่าที่จะสำนึกผิดเลยสักนิด ตากลมโตจ้องมองอย่างไม่ลดละ รู้สึกถึงแรงที่ต้นแขนของตัวเองเช่นกัน ถูกบีบเหมือนกระดูกจะแหลกละเอียด แต่ก็ไม่ยองส่งเสียงร้องเลยสักนิด

นายทำแบบนี้ เพื่ออะไร? รู้ไหมว่าแม่ของฉันร่างกายอ่อนแอ ถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ดีจะเกิดอะไรขึ้น? นายเห็นชีวิตคนเป็นผักปลาเหรอ เพียงเพื่อแก้แค้นคนอย่างฉัน 

ฉันเคยเตือนนายแล้วใช่ไหมว่า... อย่ายุ่งกะแม่อีก แต่นายผิดสัญญาก่อนนะ!!!! ยูยะตอบกลับ ก็เพราะคนอย่างนายนี้แหละ ที่ทำให้ชีวิตฉันไม่มีความสุข

ก็เอาสิ!! ถ้าคิดว่าเก่งนัก ถ้านายไม่ปล่อยแม่ฉัน ก็อย่าหวังว่าฉันจะปล่อยแม่นายเหมือนกัน!!!!

คุซาโนะตอบไปอย่างเดือดดาล ในเมื่อถอยหลังกลับก็ไม่ได้ ต้องโดนเหยียบย้ำซ้ำเติม แถมจะไม่ได้ประโยชน์อะไรอีก จะเดินหน้าต่อก็ดันมีอุปสรรคมาขวาง แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าถอยละวะ พุ่งชนมันให้แหลกไปด้วยกันนี้แหละ ถ้าแม่ของเค้าเป็นอะไรไป แม่ของนายและนายก็ไม่มีทางได้เป็นอิสระจากฉันหรอก.... คุซาโนะบีบข้อมือเล็กแน่น ฉุดกระชากให้เข้าไปในห้องนอนยูยะ พยายามสะบัด แต่มีหรือจะสู้แรงของคนโตกว่าได้

มานี่!!

แค่คืนนั้น มันไม่พอใช่ไหม? กับการสั่งสอนให้นายรู้จักค่าของคน.... 

หยุดนะ.!! ปล่อย!!

ยูยะทั้งถีบ ทั้งดิ้น จนข้าวของ กระจัดกระจาย

คงต้องปราบพยศกันอีกสักที

คุซาโนะเหวี่ยงร่างของยูยะไปที่เตียง ขาเล็กพยายามดันตัวให้เขยิบไปที่มุมในสุดของเตียง เพื่อหนีจากคนตรงหน้าให้ได้มากที่สุด แต่ก็ทำได้เพียงแค่นั้น เมื่อมือที่แข็งแรงกว่าคว้าข้อเท้าไว้ และขึ้นทาบทับอย่างรวดเร็ว

อย่าคิดจะหนีซะให้ยากเลย!!! 

กระซิบชิดติดริมฝีปากบาง ก่อนที่จะกดทับลงบนกลีบนุ่มนั้นอย่างไม่ปราณีปราศรัย ยูยะพยายามแข็งขืนโดยการขบฟันเป็นกำแพงแน่น แต่มือใหญ่ที่พันธนาการข้อมือของยูยะ เลื่อนมาบีบคางเล็ก เจ็บเสียจนต้องยอมแพ้ เผยริมฝีปากให้อีกคนเข้าไปควานหาความหอมหวาน จนแทบจะไม่มีจังหวะให้หายใจ

หยุดนะ!! ไอ้บ้า!! ปล่อยชั้น ชั้นเกลียดแก ชั้นขยะแยงแก!! ตะโกนใส่หน้า โวยวาย ทั้งถีบ ทั้งดิ้น ทำไมถึงทำอะไรไม่ได้เลยนะ ร่างเล็กรู้สึกคับแค้นใจอย่างมาก ไม่ว่าทางไหนเค้าก็ทำอะไรไม่ได้ ทำไม่ถึงไม่ยอมจำนน..... ยูยะหารู้ไม่ว่า.... นี่อาจจะเป็นการที่เค้าหมดหนทางสู้อย่างแท้จริงแล้วก็ได้ หมาจนตรอก... ไม่ว่าอะไรมันก็ยอมแลก

เอาสิ!! ถ้านายไม่หยุด.... ฉันจะจัดการแม่ของนาย... คุซาโนะ 

ร่างสูงชะงักไปทันที จ้องมองใบหน้าสวยที่อยู่บนเตียงนิ่ง ๆ แววตาแบบนี้..... เอาจริงสินะ!! เมื่อนึกถึงเรื่องแม่ อารมณ์โกรธก็ถูกแทรกด้วยความลังเล ถ้ามีหนทางที่จะช่วยแม่ได้ อย่างน้อยก็น่าจะลองเสี่ยงดู ร่างสูงค่อย ๆ สงบใจลง คลายข้อมือเล็ก ๆ ที่ตนเองจับไว้ จนยูยะสมารถขยับตัวได้ ค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นมานั่งบนเตียง แต่คุซาโนะก็ไม่คิดที่จะปล่อยให้เป็นอิสระหมดหรอก.... แขนใหญ่จับร่างเล็กบิดตัวให้แผ่นหลังแนบชิดกับหน้าอกของเค้า แล้วก็ใช้แขนใหญ่ล๊อคไว้แบบนั้น...

นี่!! นายจับฉันไว้ทำไมเนี่ย? พยายามดิ้นให้หลุดออกจากอ้อมอกแข็งแกร่ง แต่ก็ดูเหมือนว่ายิ่งดิ้นก็ยิ่งจะจมหายไปในอ้อมอกนั่นมากขึ้นเท่านั้น ใกล้เสียจนรู้สึกถึงเสียงเต้นของหัวใจและไออุ่นของผิวหนังที่ทะลุผ่านเสื้อผ้า

ก็เผื่อนายเล่นตุกติกไงล่ะ อย่ามัวอ้อมค้อมได้ไหม? เราต้องตกลงกัน

นายจะต้องเลิกยุ่งกับแม่ชั้น โอเคไหม? ยูยะรีบยื่นเงื่อนไขทันที ยิ่งมัวเสียเวลา เค้าก็ดูเป็นฝ่ายเสียเปรียบมากขึ้นเท่านั้น

จะบอกอะไรให้รู้ไว้นะ นายนะทำอะไรแม่ชั้นไม่ได้หรอก เพราะชั้นจะโทรไปบอกคุณนายเทโงชิ แม่ของนาย เรื่องที่นายจับแม่ชั้นไป ลองคิดดูสิว่า.... เค้าจะจัดการเรื่องนี้ยังไง หึ? เค้าคงจะยิ่งลงโทษนาย เกลียดนาย และเสียใจที่ลูกของเธอทำตัวแบบนี้มากแค่ไหน? 

เกลียด..... อย่างงั้นเหรอ? ยูยะยิ้มเยาะตัวเอง ลืมไปเลยว่า... ตอนนี้ เค้าไม่มีความหมายอะไรกับแม่แล้วนี้ ในเมื่อแม่เลือกที่จะรักผู้ชายคนนี้มากกว่าเค้า

แต่ชั้นจะเลิกยุ่งกับแม่นายก็ได้ แต่ก็ต้องทำตามเงื่อนไขที่ฉันเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่า.... คุซาโนะเว้นจังหวะไปเล็กน้อย ก้มลงกระซิบที่ข้างใบหูเล็ก

แต่นายต้องมาเป็นของฉัน เป็นตัวแทนแม่ของนาย.....

End. Part.5

Chapter.4

วันนี้เป็นวันหยุดของบาร์ จุนเข้านอนแต่หัวค่ำและตื่นเช้าเป็นพิเศษ มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าแจ่มใส ตื่นแบบนี่.....ค่อยสมกับเป็นมนุษย์ปกติหน่อย ทุกทีนะนอนเช้า ตื่นหัวค่ำตลอด วันนี้เค้าตั้งใจว่าจะไปแกลลอรี่โปรดตรงหัวมุมถนน.... จุนโปรดปรานงานศิลปะมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย ถึงขั้นที่เคยคิดว่าอยากจะเอาดีทางด้านนี้ เค้ามีฝีมือทางด้านการถ่ายรูปมาก เคยได้รางวัลมาก็หลายรางวัล ร่างโปร่งตัดสินใจเลือกใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว แต่ไม่ได้สวมสูททับเหมือนปกติ อย่างให้ดูลำลองลงอีกนิกนึงแต่จะให้ใส่เสื้อยืดก็ไม่ค่อยมีอีก เพราะปกติก็ซื้อแต่เสื้อเชิ้ตไว้ใส่กับสูทตอนทำงาน มีตั้งแต่สีเรียบ ๆ จนถึงลายการฟิกแปลก ๆ เลยทีเดียว

เอ๋? เรามาเร็วไปหรือเปล่านะ? จุนเงยมองประตูที่ยังปิดอยู่ของแกลลอรี่ ตอนนี้เพิ่งจะ 10 โมงกว่า ๆ และเป็นวันธรรมดาด้วย ถนนยามเช้าโล่ง อากาศหนาวนิด ๆ ร่างสูงยังมองด้วยความสงสัย ไม่ได้มาเดือนเดียว เค้าย้ายเวลาเปิดหรือไงนะ? พยายามเดินเข้าไปด้อม ๆ มอง ๆ เหมือนโจรยังไงยังงั้น....

เออ.... คุณครับ วันนี้แกลลอรี่จะเปิดช่วงบ่าย.....

จุนได้ยินเสียงเล็กแหลมที่คุ้นเคยจากที่ไหนสักที่บอกเค้าจากทางด้านหลัง ร่างสูงโปร่งมองหันกลับไป

เฮ้ย/เฮ้ย

คุณ......

ไอบะตกใจ เมื่อได้พบชายหนุ่มที่เคยช่วยเค้าไว้ตอนที่โดนโจรจี้กระเป๋า แถมยังตอบรับคำชวนแปลก ๆ ของเค้าอีก จำได้ดีว่าวันนั้นหลังจากที่เดินออกมาจากซอกตึก ไม่มีร้านอาหารที่ไหนเปิดเลย จึงต้องเลี้ยงชายหนุ่มคนนั้นด้วยข้าวกล่องคอนวีเนียนสโตร์เป็นการตอบแทน แถมยืนกินกันตรงหน้าร้านเค้าอีก

เออ.... ตกลงว่าแกลลอรี่นี้จะเปิดตอนบ่ายใช่ไหมครับ?

อ๊ะ!! ใช่ครับ

เอ๋? ทำไมถึงเปิดช้าลjะ หรือว่าเปลี่ยนเวลาใหม่

อ้อ....เปล่าครับ พอดีว่าวันนี้ปิดปรับปรุงเล็กน้อยนะครับ

แล้วทำไมคุณถึงรู้เรื่องดีจัง......

จุนถามด้วยความสงสัยในตัวชายหนุ่มหน้าหวาน ไอบะหัวเราะเล็กน้อย

เออ....ถ้าไม่รังเกียจไปคุยกันที่คาเฟ่ทางด้านโน้นไหมครับ เพราะผมก็รอเวลาแกลลอรี่เปิดเหมือนกัน

ร่างบางว่าพลางเดินนำ จุนจึงต้องเดินตามไปอย่างเสียไม่ได้ ท่าทางใสซื่อ ไม่ได้ระแวดระวังภัยว่าเค้าเป็นคนแปลกหน้าแบบนั้น ทำให้จุนอดเป็นห่วงไม่ได้ มิน่าเล่าถึงโดนโจรหลอกง่ายขนาดนั้น มือบางผลักประตูค่าเฟ่เข้าไป ทักทายกับเจ้าของร้านที่นั่งอยู่ตรงเค้าท์เตอรเล็กอย่างคุ้นเคย ร่างโปร่งกวาดสายตาสำรวจไปทั่วร้าน ร้านคาเฟ่เล็ก ๆ แต่แต่งร้านให้ดูอบอุ่นได้อย่างน่าเหลือเชื่อ โต๊ะไม้สีขาว ดอกไม้สีสวยสดที่ตั้งไว้กลางโต๊ะ ตัดกับผนังสีครีมอ่อนแขวนประดับด้วยภาพสีน้ำและสีน้ำมัน ดูให้อารมณ์เป็นร้านคาเฟ่ในถนนชอง-เอลีเซ่ของปารีสยิ่งนัก

ช่างต่างจากโฮสท์คลับของเค้าราวฟ้ากับเหว!!

เชิญครับ....มัตสึโมโต้ซัง

ร่างเพรียวบางยิ้มอบอุ่น ผายมือไปที่โต๊ะด้านในสุด ติดริมหน้าต่างที่มองเห็นคนที่เดินผ่านไปผ่านมาภายนอกชัดเจน แต่ก็มีดอกไม้ไม่ทำให้อึดอัดจากสายตาของคนภายนอกเท่าไรนัก

อยากทานอะไรหรือเปล่าครับ?

อะไรก็ได้ครับ ที่ไม่ใช่ข้าวกล่องคอนวีเนียน

จุนอดกระเซ้าเย้าแหย่ไม่ได้ แต่ก็ต้องรีบหุบยิ้ม เมื่อคนตรงหน้าส่งค้อนวงใหญ่มาให้

แหม...ล้อเล่นนะครับ ผมขอชุด break-fast ธรรมดาละกัน อ้อ...ขอกาแฟด้วย

ผมขอชุดฺอาหารเช้า 2 ที่ครับ

ไอบะหันไปสั่งกับบริการที่ยืนรออยู่ข้างโต๊ะ สักพักอาหารเช้าหอมกรุ่นก็มาเสิร์ฟที่โต๊ะ ทั้งสองต่างมองอาหารของตนเองอย่างเคอะเขิน เพื่อนก็ไม่เชิง คนในครอบครัวก็ไม่ใช่ แต่ต้องมานั่งกินข้าวด้วยกัน ขนาดคนที่เข้ากับคนง่ายอย่างไอบะ เมื่ออีกฝ่ายมีท่าทีนิ่งขรึม วางมาดแบบนั้น เค้าก็ชักจะทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน อึดอัดได้ไม่นาน ชายหนุ่มอีกคนก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบ

คุณยังไม่ตอบผมเลย รู้ได้ยังไงว่าแกลลอรี่เปิดตอนบ่าย? ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่มีป้ายบอกสักหน่อย

อย่าเรียกผมว่าคุณเลย... ผมชื่อ ไอบะ มาซากิ ทำงานเป็นนักโฆษณาที่บริษัทXXXครับ ร่างบางไม่ลืมหยิบนามบัตรมาให้อีกฝ่ายดูด้วย ซวยแล้วสิ! จุนคิดในใจ นามบัตรของเค้าก็มีนะ แต่มันคือบัตรเจ้าของโฮสท์คลับ อาชีพที่แสนจะดูชั่วร้ายในสายตาใครหลาย ๆ คน ไม่ใช่ว่าเค้าอายกับอาชีพนี่หรอกนะ แต่มันก็ไม่ใช่อาชีพที่ได้รับการยกย่องจากสังคม จุนแค่ไม่อยากมีปัญหา เพราะเราก็ไม่รู้ความคิดของคนแต่ละคนว่าจะมองไปด้านไหน และอีกอย่างหนึ่ง.....

ทำไมเค้าถึงไม่อยากให้เด็กคนนี้รู้นะ?

ทำไมเค้าถึงไม่อยากให้สายตาคู่นี้มองเค้าในด้านลบ?

รู้ว่า ถ้าบอกไอบะไป.....

คนที่จิตใจดีงามและไม่ประสีประสาอย่างไอบะจะต้องนึกรังเกียจ

ในใจมันก็ปวดพิกล...

เออ....รู้ชื่อผมอยู่แล้วใช่ไหม...เรียกผมจุนละกัน ผมเป็นช่างภาพอิสระอยู่นะ ยกถ้วยกาแฟจิบ

มิน่าเล่า....ถึงมาดูนิทรรศการที่แกลลอรี่ ที่แท้ก็เป็นช่างภาพนี่เอง.... แต่คุณจุนดูไม่ค่อยเหมือนช่างภาพเท่าไรนะครับ ผมนึกว่าเป็นพวกนายแบบอะไรอย่างนี้ซะอีก.....

งั้นเหรอ....

จุนแอบมองสำรวจร่างบางที่พูดเจื้อยแจ๊วไม่หยุด นายเองก็ใช่ย่อย.... หน้าหวานแบบนี้ ถ้าอยู่ในร้านเค้าคงเป็นที่นิยมแน่ ๆ หน้าตาดีกว่าดาราหลาย ๆ คนเสียอีก ติดตรงที่ว่าบุคลิกดูเป็นคนซื่อตรงและดูซุ่มซ่าม เปิ่น ๆ ไม่เหมาะกับการเป็นโฮสท์แน่ ๆ คงได้เป็นแค่เด็กล้างจานหลังร้าน แค่นั้นยังกลัวว่าจะทำจานชามแตกเลย

ผมมาดูงานศิลปะที่แกลลอรี่นี่บ่อย ตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย ถูกใจบรรยากาศกับนิทรรศการของที่นี่นะครับ งานที่เค้าเอามาให้ดูก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นอยู่เสมอ เวลาผมท้อ ที่นี่เป็นที่พักใจให้ผมอย่างดีเลยล่ะ

เอ๋? ผมก็มาที่นี่บ่อย น่าแปลก ทำไมเราไม่เคยเจอกันสักที

จุนคงจะลืมไปว่า เวลาที่เค้ามาที่แกลลอรี่มักจะดึก ๆ หรือไม่ก็วันธรรมดาที่คนมาดูน้อยและแทบจะไม่มีเวลาสนใจกับงานศิลปะ เค้าชอบใช้เวลาอยู่ที่นี่ยามที่ไม่มีคน รู้สึกซึบซับอารมณ์ศิลป์ได้มากกว่าและด้วยเวลางานที่ไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องเค้าด้วย

นั้นนะสิครับ....

ว่ากันว่า ครั้งนี้เอาภาพศิลปินขั้นปรมาจารย์ของญี่ปุ่นมาแสดงด้วยใช่ไหม? ผมนะอยากดูจริง ๆ ไอบะอดหัวเราะกับท่าทางถูกอกถูกใจ เข้าขั้นเวอร์ของชายหนุ่มไม่ได้ พอคุย ๆ ไปด้วยแล้ว มาดนิ่ง ๆ ที่เห็นก็ค่อย ๆ หายไป ที่จริงแล้วร่างสูงดูเป็นคนขี้เล่นใช้ได้ รู้เรื่องศิลปะเป็นอย่างดีด้วย ไอบะชักอยากจะเห็นรูปถ่ายของจุนซะแล้ว

ผมชักอยากจะเห็นรูปที่คุณจุนถ่ายซะแล้วสิครับ

อย่าดีกว่าครับ ผมไม่ได้เก่งกาจอะไรขนาดนั้น ร่างสูงเงียบไปอึดใจ ก่อนที่จะเส่หยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย ไอบะมองด้วยความสงสัย แว่บแรก.... ไอบะรู้สึกถึงความไม่มั่นคงในน้ำเสียง แต่ที่ติดใจชายหนุ่มมากกว่าสิ่งใด

สายตาของร่างสูงที่ฉายแววเจ็บปวดเมื่อครู่....

มันหมายถึงอะไรกันนะ?

.

ช่วงนี้ยูยะดูใจเย็นลงเยอะ อารมณ์ดีแทบจะเป็นเหมือนปกติ ร่างเล็กกลับมายิ้มแย้มแจ่มใส เหมือนกับมีเรื่องดี ๆ อะไรสักอย่าง คงจะเป็นเพราะพี่ชาย ลุกพี่ลูกน้องคนสำคัญของยูยะจะกลับจากอเมริกาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ลูกของคุณลุง.....พี่ชายของปะป๋ายูยะ ซึ่งเค้ารักมากและติดหนึบอย่างกะอะไรดี แต่พี่ชายต้องย้ายตามคุณลุงที่ไปดูแลบริษัทสาขาอเมริกาตั้งแต่ 12 ขวบ ทำให้เค้าเสียใจมาก จำได้..... ตอนนั้นเค้าอายุแค่ 9 ขวบ ตัวก็เล็กนิดเดียว พยายามมุด ๆ เข้าไปนั่งขดในกระเป๋าเดินทางของพี่ เพราะไม่อยากแยกจากกัน กว่าที่บ้านรู้ตัว..... เค้าก็ไปถึงสนามบินแล้ว ดีที่พี่ชายเอะใจ เปิดดูเสียก่อน..... เค้าเลยโดนส่งกลับบ้าน โดนแม่ดุไปตั้งหลายที แต่เค้าก็ยังร้องไห้อย่างเอาเป็นเอาตายจะไปหาพี่ชายให้ได้ จนแม่ต้องซื้อตุ๊กตาหมีให้เค้าเป็นโหล ๆ เลย

คิดถึง......

เด็กที่พ่อแม่ไม่มีเวลาดูแลอย่างเค้า ก็มีเพียงพี่ชายคนนี้แหละที่อยู่กับเค้าตลอดเวลา แม้ว่าพี่ไม่เคยตามใจเค้าเหมือนแม่ เหมือนปะป๋า เหมือนใครต่อใคร.... แต่พี่ก็จะนั่งอยู่ข้าง ๆ เวลาร้องไห้ เวลาที่เสียใจ พี่ทำให้เค้าไม่ต้องเหงา เวลาที่ต้องการอะไร ไม่ต้องพูด ไม่ต้องบอก ก็มักจะเข้าใจอยู่เสมอ....

ส่วนแม่นะเหรอ? เค้าไม่เจอมาเกือบเดือนแล้วมั้ง ตั้งแต่ไปทำงานต่างประเทศ ยูยะยังโกรธเรื่องที่แม่แอบไปหาไอ้โฮสท์นั่นอยู่... ไปเลย.....อยากไปไหนก็ไป.... แต่อย่าพามาใครหน้าไหนเข้ามาอยู่ในบ้านก็แล้วกัน ไอ้โฮสท์คนนั้นก็อย่าให้เจอ อย่าให้ได้ยิน อยากไปกกกอดกันที่ไหนก็เชิญ แต่ถ้ามันเหยียบย่างเข้ามาที่นี่ แม้แต่ก้าวเดียว รับรองชีวิตจะไม่เป็นสุขแน่

หวัดดี ชิเงะจัง ยูยะยิ้มร่าเริงมากขึ้น จนเกือบจะเป็นปกติ ทำให้ชิเงะโล่งใจไปเยอะ วัน ๆ เอาแต่พล่ามถึงพี่ชายแสนดีของเจ้าตัวให้ฟัง จนชิเงะเองชักจะเริ่มหมั่นไส้หน่อย ๆ แล้ว

แล้วเมื่อไร พี่ชายของนายจะกลับมาล่ะ?

ก็อีกสองสามเดือนแหละ เรื่องย้ายมหาลัยยังไม่เรียบร้อย

ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ จนอาจารย์ประจำชั้นเดินเข้ามานั่นแหละ เสียงคุยถึงได้เงียบลง อาจารย์โรงเรียนสุดหรูแห่งนี้ ดูอายุยังไม่มากนัก แต่แต่งตัวเคร่งขรึมและดูดี หญิงสาวซ่อนใบหน้าดุภายใต้กรอบแว่นหนา กระแอมไอเล็กน้อย

อาจารย์มีเรื่องจะประกาศ วันนี้จะมีนักเรียนใหม่ มาเรียนที่นี่.....

เอ๋? กลางเทอมแบบนี้เนี่ยนะ คงจะเส้นใหญ่หน้าดู

นักเรียนส่งเสียงฮือฮา ดังทั่ว ยูยะมองหน้งชิเงะด้วยความสนเท่ห์ ใครกันนะ? น่าแปลก แม้จะเป็นโรงเรียนสำหรับคนร่ำคนรวย แต่ก็ต้องสอบวัดผลให้ผ่านเกณฑ์ ไม่ใช่ว่าจะรับเด็กเข้ามาเรียนง่าย ๆ อาจารย์ตบมือเป็นสัญญาให้เด็กนักเรียนเงียบ

เชิญจ๊ะ.....คุซาโนะคุง

ชายหนุ่มร่างสูง ผมสีน้ำตาลอ่อนระต้นคอ เดินเข้ามาในห้องเงียบ ๆ หยุดยืนอยู่หน้าชั้นเรียน ตาคมกวาดมองไปทั่วห้องจนผสานเข้ากับดวงตากลม สีดำเข้ม ยิ้มยกมุมปากเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีใครแทบจะสังเกตเห็นกิริยานั่น

มีเพียงนักเรียนคนเดียวที่เห็น..........

ไม่จริง? ไม่ใช่.......

ราวกับฟ้าผ่าฟาดตรงหน้า ยูยะนิ่ง ค้างไป ใครก็ได้ช่วยบอกที......ว่า.....ไม่ใช่......?

สวัสดี ผมฮิโรโนริ คุซาโนะ จะเรียกผม.....ว่า.....ฮิโระ ก็ได้นะครับ

หางเสียงสุดท้ายนั่น ราวกับจะย้ำให้คนตัวเล็กฟัง

ฮิโระ....

ฮิโระ.....

ใช่มันจริง ๆ ด้วย..... ไอ้สารเลว!! ยูยะจ้องสายตาคมกลับ

นี่ คุซาโนะคุง ทำไมเธอไม่แต่งตัวให้มันเรียบร้อย หญิงสาวอดดุไม่ได้ ที่นี่กฎระเบียบเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่ว่าเป็นลูกคนรวยแล้วจะทำอะไรก็ได้ โรงเรียนนี้มีชื่อเสียงก็เพราะสามารถอบรมพวกคุณหนูที่เอาแต่ใจ ร้ายกาจ ให้มีมารยาทงามสามารถเข้าสังคมชั้นสูงได้

ร่างสูงปรายตามองด้วยหางตา ไม่คิดจะจัดชายเสื้อเชิ้ตที่หลุดลุ่ย ยิ้มหว่านเสน่ห์ให้ครูสาวอีกที เดินผ่านเลยไปนั่งโต๊ะว่างข้างยูยะอย่างถือวิสาสะ ทั้งห้องมองกริยาที่จะเรียกว่า ไร้มารยาทก็ไม่ใช่...... หรือ มั่นใจในตัวเองก็ไม่เชิง...... แต่ดูดิบเถื่อน และเป็นตัวของตัวเองมากกว่า

เริ่มเรียนได้หรือยังครับ? เสียงเข้มเอ่ยขึ้นไม่ดังนัก แต่ในบรรยากาศที่นิ่งขึ้ง และเย็นเยียบแบบนั้น ก็ทำให้ทุกคนคลายจากภวังค์ คุซาโนะตีหน้ารอยยิ้มสดใสได้อย่างแนบเนียน อาจารย์เริ่มสอนต่อ นักเรียนทุกคนเริ่มไม่สนใจนักเรียนใหม่คนนี้อีกต่อไป หันไปสนใจกับบทเรียนตรงหน้าแทน.....

ยูยะกดปากกาจนหัวแทบหัก พยายามปั้นหน้าให้นิ่งเฉย ไร้อารมณ์มากที่สุด แม้จะรู้ตัวดีว่า ร่างสูงแทบจะไม่สนใจกับบทเรียนบนกระดานเลย เอาแต่เท้าคางหันหน้ามามองเค้า ไม่อายคนรอบข้างสักนิด จนแม้แต่ชิเงะก็ยังหันมามอง ทำหน้าฉงนบ่อย ๆ

อืม.... ใช้ได้.........

ไม่เจอกันแค่เดือนกว่า ๆ เก็บอารมณ์เก่งขึ้นเยอะเลยนะ.......

คุซาโนะมองหน้าหวาน สำรวจตรวจตราทุกตารางนิ้ว เส้นผมสวยละเอียดถูกทัดไว้ที่ข้างหู ผิวแก้มอิ่มซีดลงเล็กน้อยเหมือนพักผ่อนไม่เพียงพอแต่ก็ยังเปล่งปลั่งน่ามอง ดวงตากลมโต ริมฝีปากปากบางสีอ่อนยังน่าลิ้มลองไม่เปลี่ยนเลยนะ ร่างสูงมองร่างตรงหน้าด้วยความพอใจ สายตาที่มองมันช่างดูถูก ยั่วยุให้เกิดอารมณ์โมโหเสียจริง ๆ ยูยะพยายามข่มใจไว้ แต่ยิ่งเฉยก็เหมือนยิ่งยุอีกฝ่ายให้ย่ามใจ เป็นแบบนี้ตลอดทั้งวัน ทุกคาบ ทุกชั่วโมง ความอดทนของร่างเล็กก็ค่อย ๆ หมดลงทีละนิด

ไม่ไหวแล้ว~!!!

ยูยะทุบโต๊ะเรียนดังปัง เรียกให้ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียว มือเล็กหยิบกระเป๋านักเรียน ลุกจากที่นั่งโดยไม่ฟังคำทัดทานของอาจารย์สักนิด

ผมรู้สึกไม่สบายครับ ขอตัวกลับก่อน

ตากลมดุหันมามองอาจารย์เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเดินลิ่ว ออกไปจาห้องเรียน คุซาโนะยิ้มยกมุมปาก หมดความอดทนแล้วสินะ!! เส่แกล้งลุกขึ้นบ้าง

อาจารย์ครับ ผมเพิ่งมาเรียนวันแรก นึกขึ้นได้ว่ามีธุระเหมือนกัน~!!

ช่างเป็นคำโกหกหน้าด้าน ๆ เลยทีเดียว แต่เธอก็เหนื่อยเกินกว่าจะรองรับความเอาแต่ใจของคุณหนูพวกนี้แล้ว จะทำอะไรก็ทำเถอะ!! คุซาโนะคว้ากระเป๋าของตนเองแล้วรีบวิ่งออกไปเช่นเดียวกัน เท้าเล็ก ๆ กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่หน้าโรงเรียน กดโทรให้คนขับรถมารับ รอไม่เกิน 15 นาที รถยุโรปหรูคันโต สีดำมะเมื่อม ก็เทียบท่าให้คุณหนูขึ้นนั่ง แต่ไม่ทันจะปิดประตูรถ ยูยะก็ต้องเจอกับไอ้คนที่หนีมาเมื่อกี้!! ร่างสูงใช้มือดันประตูไว้ และแทรกตัวเข้ามานั่งอย่างถือวิสาสะ

ออกไปนะ!! นี้มันรถชั้น ออกไป๊!! ทั้งดันทั้งถีบ แต่ก็คุซาโนะก็ทำลอยหน้าลอยตากวนโมโห.....

ไม่งั้น!! ชั้นจะแจ้งตำรวจ โคทาโร่ ช่วยด้วย!! ส่งเสียงบอกคนขับรถ ที่ทำหน้ากระอักกระอ่วนใจ นี้.... มันเป็นคนแปลกหน้านะ ทำไมถึงนิ่งแบบนั้นล่ะ

แจ้งไปก็เท่านั้น..... คงยังไม่มีใครบอกนายสินะ ว่าชั้นจะมาอยู่บ้านนายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป.....

เสียงนุ่มกระซิบที่ข้างหู

อะไรนะ?

ยูยะหยุดดิ้นทันที มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมหมอนี่ถึงได้เข้ามาอยู่ในบ้านของเค้าล่ะ คุซาโนะถือโอกาสที่ร่างเล็กมัวแต่นิ่งอึ้ง พยักหน้าให้คนขับรถ ขับรถออกไปทันที.........

End part.4

 

Writer's corner

สำหรับคนที่รีเควสคุแลว ๆ เนี่ย... จะพยายามนะ ไม่สามารถทำใจให้กชายสุดที่รัก เลวได้จริง ๆ แต่จะพยายาม เอาเป็นว่าคอยติดตามตอนต่อไปนะครับ....

และที่สำคัญ......การที่ต้องแต่งฟิกในห้องเนตของมหาลัย มันรู้สึกแย่มาก ๆ เมื่อไรจะได้โน๊ตบุ้คสักทีวะคับ? มันไม่เป็นส่วนตัวเอาซะเลย.... การเรียบเรียงความคิดก็เป็นไปได้อยาก เพราะมีคนเดินเข้าเดินออกตลอกเวลา จะให้เขียนลงกระดาษก็เมื่อยมือ (ทำไมเป็นคนที่ขี้เกียจอย่างนี้นะ? 5 5 5)

ขอบคุณ.......

จบแบบหักคอคนอ่านอีกแล้วผม 5 5 5 ที่จริงเขียนเสร็จนานแล้ว

แต่รู้สึกว่ามันส้นไป แต่ก็ขี้เกียจเขียนต่อแล้วอะ