สวัสดีฮับ ห่างหายไปนานมาก เพราะว่าเราดองคับ
ที่จริงก็กะว่าจะดองจนกว่าอีคุมันจะกลับมา (ข้ออ้าง)
จะรอน้า... วันที่แกกลับมา
พูดถึงฟิกตอนนี้สักหน่อย อืม.... ก็ไปอ่านกันเองละกันน้า ฮ่าๆๆ
อ๋อ...ดีใจมากเลย เพราะผมไปเจอฟิกภาษาอังกฤษของคู่นี้มา...
ดีจาย... T___T ถ้าว่างจะลองแปลมาให้อ่านกันน้า
.
.
.
Let's enjoy....
.
.
LoveTrap Part. 6
ประโยคที่ไม่ได้แฝงน้ำเสียงล้อเล่นเหมือนที่พูดไว้เมื่อคราแรกที่เจอกัน
ทำให้ยูยะรู้สึกหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก
ภาพเมื่อวันคืนนั่นย้อนมาอย่างช่วยไม่ได้ แม้เจ้าตัวดูจะไม่อยากจำมันเลยสักนิด ยิ่งในบรรยากาศตึงเครียดและอึดอัด
ในห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่อากาศนิ่งไม่ไหวติ่ง แทบจะได้ยินเสียงลมหายใจร่างสูงที่จ่อรดต้นคอ
แขนใหญ่รัดแน่นขึ้นเหมือนจะเร่งเอาคำตอบอยู่ในที ริมฝีปากบางสีอ่อนกัดมุมปากตัวเองเหมือนคนโดนขัดใจ
จะทำยังไงดีนะ?
ยูยะตัดสินใจ “ตกลง... แต่ว่า....”
คุซาโนะจิ๊ปาก อะไรอีกวะ?
“แม่นายยังจะต้องอยู่ในที่ ๆ ฉันจัดไว้ จนกว่านายจะเลิกกับแม่ชั้น” ไม่โง่อย่างที่คิดนี่หน่า.......
“ได้!!”
เสียงทุ้มตอบตกลงอย่างง่ายดาย จนยูยะรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย เรื่องมันจะง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?
“งั้นก็มาทำหน้าที่ของนายได้แล้ว”
“เฮ้!! เดี๋ยวสิ”
ร่างเล็กดิ้นรนเมื่อคุซาโนะคลายแขนที่โอบกอด เคลื่อนฝามือเข้าไปในสาบเสื้อด้านหน้าของคนตัวเล็กอย่าไม่รีรอ
ใบหน้าหล่อเหลาบรรจงจูบแผ่วเบา ขบเม้มติ่งหูเล็ก ซุกไซร้ซอกคอขาวอย่างไม่เกรงใจ
ยูยะได้แต่ดิ้นรนแต่ก็ทำไม่ได้มากนัก เพราะแผ่นหลังของเค้าติดอยู่กับอ้อมกอดของใครบางคน
แล้วยิ่งขยับหนี เค้าก็ยิ่งรู้สึกว่ากลับถล่ำลึก แนบชิดยิ่งกว่าเก่าเสียอีก คุซาโนะปล่อยมือ ผลักร่างบางลงไปที่เตียง
ยูยะนอนหงายโดนตรึงมือทั้งสองข้างไว้ พยายามจะดึงแขนออก ร่างสูงก้มลงมาใกล้ ๆ
ก่อนที่สายตาจะมาสะดุดกับแววตาอ่อนใสที่ได้แปรเปลี่ยนไป.....
แววตาหวาดกลัว ลังเล อย่างวันนั้น ไม่มีให้เห็นเสียแล้ว....
คุซาโนะค้างไปชั่วขณะนึง.... ปล่อยโอกาสให้ริมฝีปากบางได้เอื้อนเอยบางสิ่งที่ทำให้หัวใจของเค้ากระตุกวาบ
“แม้ร่างกายจะเป็นของนาย แต่มีเพียงหัวใจเท่านั้นที่ฉันจะไม่มีวันยกให้....”
“แล้วใครเค้าอยากจะได้กันล่ะ?”
ตอบเพื่อเอาชนะ แม้ภายใต้กลุ่มควันหมอกหนา มีบางอย่างที่ดูเลือนลางและขุ่นมั่ว
พยายามปัดความรู้สึกนั้นทิ้งไป ทำไมหัวใจตนเองถึงหวั่นไหวได้เพียงนี้
ถ้าจะบอกว่าแค่หลง.... ก็น่าหัวเราะอยู่ดี คนอย่างเค้าเคยแต่ทำให้คนอื่นหลงใหลเท่านั้น
ไม่เคยเปิดหัวใจกับลูกค้าคนใด เพราะนั้นหมายถึงความหายนะจะมาเยือน
เห็นความทุกข์จากการหลงใหลมาเป็นอย่างดี อาจจะเพราะห่างหายจากวงการโฮสต์ไปไม่กี่เดือน
การควบคุมจิตใจก็พลอยเปลี่ยนไปด้วยอย่างนั้นเหรอ?
จูบปิดริมฝีปากที่ทำให้คิดมากนั่นซะ ก็หมดเรื่อง มอบจูบล่ำลึกมากขึ้น จนแทบขาดอากาศหายใจ
อากาศอันน่าอึดอัดภายในห้องก็แปรเปลี่ยนเป็นลมอันอ่อนหวาน ยูยะพยายามถอยหนี
เนื่องจากยังติดภาพความรุนแรงที่เคยได้รับ แต่อ้อมกอดแข็งแรงก็รั้งร่างน้อยไว้ในทันที
“ไม่ต้องกลัวหรอก... ฉันจะอ่อนโยน”
อ่อนโยนงั้นเหรอ? ยูยะอยากจะหัวเราะ ไม่น่าเชื่อจะออกจากปากคนที่ทำร้ายเค้าอย่างเลือดเย็น
และเพิ่งบอกเองว่า เป็นเจ้าของร่างกายของเค้าเมื่อกี้นี่เอง
ร่างเล็กเลือกที่จะเงียบ พยายามทำตัวให้นิ่งที่สุด คุซาโนะหรี่ตามองใบหน้าสวยที่เฉยชา ราวกับตุ๊กตานั่น
นึกเหรอว่าไม่รู้ว่าร่างเล็กคิดอะไรอยู่ ไม่มีทางหรอก...
เสื้อผ้าชุดนักเรียนโดนถอดออกไปอย่างรวดเร็ว แตะปลายจมูกไปยังผิวอ่อนนุ่มตั้งแต่ซอกคอขาว
แต้มรอยสีกุหลาบไว้ทุกที่ที่ริมฝีปากวาดผ่าน ช้า ๆ เน้น ๆ ราวกับกลัวว่าผิวอ่อนใสนั้นจะช้ำเสีย
อ่อนโยนจนไม่คิดว่าเป็นการแกล้งหรือเสแสร้ง.....
ยูยะเริ่มรู้สึกปั่นป่วนเมื่อนิ้วเรียวใหญ่ลูบไล้ผ่านเอวคอดกิ่ว ต่ำลึกลงไปเบื้องล่าง
ตอนนี้มือใหญ่ปล่อยข้อมือทั้งสองของร่างเล็กให้เป็นอิสระ แต่ก็ไร้อาการต่อต้านหรือปฏิเสธสัมผัส
ยูยะไม่สามารถห้ามอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้ ร่างบางที่ไม่รู้จะทำยังไงกับสัมผัสที่ได้รับ จากที่ตั้งปณิธานไว้ในตอนแรก
จะไม่โอนอ่อนและคล้อยตาม แต่ก็ยากนักที่จะหักห้ามความรู้สึก
แขนทั้งสองข้างที่ยกขึ้นมาอย่างไม่รู้จะปัดป้องหรือโอบกอดตอบรับดี ยิ่งทำให้ร่างนั้นดูไร้เดียงสา
เสียงครึมครางในลำคอเมื่อได้รับสัมผัสชื้นจากปลายลิ้น บ่งบอกได้ชัดว่าร่างเล็กกำลังคล้อยตาม
เหงื่อเริ่มไหลซึมจากหน้าผากมน พยายามสะกดกลั้นเสียงร้องไว้ เมื่ออารมณ์ถูกโหมกระหน่ำอย่างไม่หยุดยั้ง
ไม่ได้นะ!!เ
สียงสัมประชัญญะอันน้อยนิดที่ต่อสู้กันอยู่ในหัว
“ร้องออกมาสิ... ฉันอยากฟังเสียงนาย....”
เสียงแหบพร่ากระซิบที่ข้างหูเบา ๆ ทำให้สติของยูยะกระเจิงมากขึ้น
ในขณะที่อีกฝ่ายก็กำลังจะทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน
คุซาโนะค่อย ๆ สอดแทรกความต้องการของตนเองเข้าไปในร่างน้อยเป็นผลทำให้ยูยะสะดุ้งเฮือกทันที
แม้จะทำอย่างอ่อนโยนแต่ความกลัวของร่างบางก็มีไม่น้อยเลยทีเดียว
“อึก...ไม่...”
ริมฝีปากบางสีอ่อนขบแน่นจนห้อเลือด ปริ่มจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ เพราะความเจ็บที่แล่นพราดขึ้นมา
คุซาโนะยกมือขึ้นลูบหน้าผากชื่น หวังปลอบประโลมร่างน้อยที่กำลังเกร็งสุด ๆ ยูยะกำผ้าปูที่นอนแน่น
เพื่อระบายความเจ็บปวด
“ผ่อนคลายหน่อยสิ... ถ้าไม่ทำให้ชิน นายก็จะยังเจ็บอยู่แบบนี้”
เจ้าบ้า.... ใครอยากจะชินกัน!! ร่างเล็กคิดในใจ
ทั้ง ๆ ที่ก็ปากอยากจะด่าออกไปเหลือเกิน แต่ด้วยสภาพในตอนนี้ก็ยากที่จะควบคุมตัวเองได้
“หายใจลึก ๆ ดีมาก... คนสวยของผม....”
ยูยะเริ่มผ่อนคลายตัวเองลง หายใจเฮือกใหญ่ตามที่ร่างสูงบอก
มือใหญ่จับมือเรียวเล็กของอีกฝ่ายให้โอบรอบหลังของตัวเองไว้
ร่างเล็กจิกเล็บลงไปแผ่นหลังกว้างอย่างไม่เกรงใจ เมื่อร่างสูงเริ่มขยับตัว
“อึก.....”
ความเจ็บปวด แปรเปลี่ยนเป็นเสียวซ่านดั่งพายุโหมกระหน่ำเมื่อไรก็ไม่รู้
ภาพความรุนแรงที่เคยได้รับแทบจะถูกลืมเลือนไปในหัว มันช่างตรงกับความรู้สึกในตอนนี้
หัวมันขาวโพลนไปหมด ร่างสูงที่ประคองกอดอย่างอ่อนโยน มอบจูบหวานให้ริมฝีปากเล็กอีกครั้ง
จนแทบจะสำลักกับความสุขที่เกิดขึ้น และไม่รู้ว่าเมื่อใด
ที่แขนเล็กค่อย ๆ โอบรอบแผ่นหลังกว้างแน่นขึ้นโดยไม่ต้องได้รับการนำทาง....
ลมหายใจประสานไปตามจังหวะการเคลื่อนไหว ร่างเล็กชื้นเหงื่อ บอบบางน่าถะนุถนอม
ผิวขาวนุ่มไม่ว่าจะทำให้แปดเปื้อนเพียงใด ก็ยังดูบริสุทธิ์ ไม่ได้ทำให้ความหอมหวานลดลง
จนอยากจะลิ้มลองอีกหลายครั้ง ไม่พอ... เลยสักนิด
ก็เหมือนกับดอกไม้งาม ไม่ว่าจะผ่านลมฝน ผ่านร้อนผ่านหนาวสักเท่าไร มันก็ยังคงชูช่องดงามได้เสมอ
เจ้าแมลงตัวน้อยที่หวังเพียงน้ำหวาน หรือถูกล่อด้วยสีสันงดงามของดอกไม้
ก็แค่ถูกดอกไม้นั้นหลอกใช้ เพียงเพื่อทำหน้าที่สืบสายต่อให้พงศ์พันธ์ของมันยังอยู่ต่อไป
แล้วตอนนี้.... คุณคิดว่าใครกันแน่ที่กำลังกลายเป็นเจ้าผีเสื้อที่แสนโง่เง่าตัวนั้นกันนะ?
แสงจันทร์ที่กำลังส่องแสงอยู่ภายนอก ก่อให้เกิดเงาพาดผ่านเข้ามาในพื้นห้อง ร่างของใคร....
ที่ดูหลับไหลสนิทในอ้อมกอดของกันและกัน คงมีเพียงแต่ดวงจันทร์เท่านั้นใช่ไหม? ที่จะบอกได้.....
รุ่งเช้า....
แสงแดดผ่านเข้ามาจากบานหน้าต่าง ตกกระทบใบหน้าอันอ่อนเยาว์ที่หลับใหลในอ้อมกอด
คุซาโนะเอามือทาบหน้าผากตัวเอง กระพริบตาถี่ ๆ ด้วยความมึนงง มองคนที่นอนข้างตัวเองอยู่นาน
ดูหลับสนิทเหลือเกินนะ ร่างสูงฉุดมือเล็กที่อยู่ใต้ผ้าห่ม ก่อนดึงร่างนั้นขึ้นมาแทบจะเรียกว่ากระชากได้เลย
“โอ้ย!!”
ร่างเล็กรู้สึกตัวตื่นทันที เมื่อร่างของตนเองถูกกระชากขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้แล้วความเจ็บปวดแปลบจากเมื่อคืนก็ลามไปทั่วร่างราวกับน้ำแข็งที่กำลังจับตัว
“ตื่นได้แล้ว ถึงเวลาไปโรงเรียนแล้ว ก่อนที่ฉันกับนายจะไปสาย....”
คำพูดที่แสนเย็นชาราวกับเมื่อคืนเป็นคนละคน ร่างเล็กยิ้มเยาะตัวเอง
สุดท้าย.... มันก็เป็นแค่ภาพลวงตา ยูยะกุมขมับรู้สึกปวดหัวมาก คุซาโนะหรี่ตามอง
ร่างเล็กที่ซ้อนอยู่ภายใต้ผ้าห่มสีขาวราวกับจะมองให้ทะลุ
“อ๋อ.... หรือว่า.... เจ็บจนทนไม่ไหว จะหยุดเรียนก็ได้นะ”
“หนอย... ไม่!! ฉันจะไปเรียน ออกไป นายออกไปจากห้องฉันได้แล้ว”
ยูยะตะโกนอย่างโกรธ ๆ กับคำพูดเย้ยหยัน ดูถูกนั่นร่างสูงยักไหล่ ทำท่าเหมือน ไม่ต้องไล่ก็จะไปอยู่แล้ว ใส่คนที่กำลังโกรธจนหน้าดำหน้าแดง
ก่อนที่คุซาโนะจะออกไปจากห้อง ก็หันมาพูดกับคนที่นั่งกอดผ้าห่มอยู่บนเตียงเป็นการทิ้งท้ายให้เจ็บใจเล่น....
“นายไม่ต้องปิดก็ได้นะ ก็เห็นมาหมดแล้วล่ะ”
ก่อนที่คนพูดจะต้องรีบปิดประตูห้อง เพราะหมอนกำลังถูกเขวี้ยงมาทางเค้าอย่างแรง
ไม่วายยิ้มเย้ยหยันผ่านซอกประตูที่เกือบจะปิดสนิท
ยูยะได้แต่ฮึดฮัดอยู่บนเตียงอย่างคนที่ทำอะไรไม่ได้
.................................................................................................................
ยามเช้าในวันจันทร์ของหอศิลป์ที่มักจะร้างผู้คน ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งอยู่อยู่ท่ามกลางห้องโถงสีขาว
ยืนจด ๆ จ้องภาพศิลปะที่ตั้งอยู่ตรงมุมสุดของห้อง ไม่ทันได้สังเกตว่ากำลังมีคนกำลังเดินตรงมาทางตัวเอง
ไอบะส่งเสียงสดใสทักทายชายหนุ่ม
“สวัสดีครับ คุณจุน”
“อ้าว.... ไอบะจังวันนี้อยู่เหรอ?”
“ครับ... แต่ไม่นึกว่าจะเจอคุณจุนอีกนะเนี่ย” จุนทำหน้าสงสัย
“อ้าว? ทำไมล่ะ”
“ก็ผมเพิ่งเจอคุณจุนครั้งล่าสุดเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเองนะครับ”
“งั้นเหรอ? ฉันดูเหมือนพวกว่างงานสินะ” จุนหัวเราะ
“ผมไม่ได้ว่าอย่างนั้นสักหน่อยน้า....”
“ฮ่า ๆ งั้นก็ไปกินข้าวกับฉันเป็นการไถ่โทษหน่อยสิ”
หัวเราะเล็กน้อย แต่ร่างบางก็ยิ้มรับคำ ทั้งสองคนเดินไปกินข้าวที่ร้านอาหารใกล้ ๆ
บรรยากาศที่ห่อหุ้มคนทั้งสองไว้คือบรรยากาศอันแสนจะธรรมดา จุนดูไร้ภาพพจน์ของโอนเนอร์หนุ่ม
เมื่ออยู่เคียงข้างไอบะ จุนรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก กับมิตรภาพที่ปราศจากเล่ห์เลี่ยมและผลประโยชน์
เวลาในวันหนึ่ง ๆ มันดูสั้นเมื่อในที่สุดก็ถึงยามเย็นเสียแล้ว
ได้เวลาที่เค้าจะต้องกลับไปสู่แสงสียามราตรี โลกของเค้าเสียที....
ร่างสูงกล่าวร่ำลาและเดินออกไป
มีบางสิ่งบางอย่างที่ล่วงหล่นออกมาจากกระเป๋ากางเกงตอนล้วงเงินออกมาจ่ายค่าอาหารอย่างไม่ตั้งใจ
ร่างบางที่กำลังเก็บกระเป๋าหันไปเจอพอดี ไอบะหยิบกระดาษสีขาวใบเล็กนั้นขึ้นมา...
นามบัตรของคุณจุนเหรอ?
“Matsumoto Jun W/ME โฮสต์คลับ ที่อยู่xxx เบอร์ติดต่อxxx”
หน้าสวยนิ่งไปในทันที เมื่ออ่านจบ....
ไหนบอกว่า เป็นช่างภาพอิสระ แล้วทำไม...
คุณจุนถึงได้โกหกเค้า ทั้ง ๆ ที่เชื่อว่า ชายหนุ่มที่รู้จักมาแม้จะระยะเวลาไม่นาน แต่ก็เป็นคนดี
ทำไม.... ต้องโกหกด้วย.... โกหก เกลียดคำนี้เหลือเกิน
...........................................................................
คุซาโนะกลับเข้าห้องนอนของตัวเอง เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าไปโรงเรียน ร่างสูงเดินเข้าห้องน้ำ
มือใหญ่หมุนก็อกเปิดน้ำจนเต็มอ่างล้างหน้า ก่อนจะจุ่มหน้าตัวเองลงไป
กลั้นหายใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา หยดน้ำไหลลงมาเป็นทาง
จ้องเงาตัวเองในกระจกราวกับต้องการจะค้นหาอะไรบางอย่าง...
“ฉันไม่ได้รักนาย....”
ราวกับจะตอกย้ำตัวเองให้คิดอย่างนั้น แต่คำตอบก็มีเพียงความเงียบอันน่าอึดอัดเท่านั้น..
คุซาโนะแต่งตัวเสร็จนานแล้ว ลงมายืนรออีกคนอยู่ข้างล่าง ยูยะเกาะราวบันได
ค่อย ๆ เดินลงมาอย่างเชื่องช้า ท่าทางดูตลก จนร่างสูงที่ยืนรออยู่ข้างล่างอดจะหัวเราะไม่ได้
“หัวเราะอะไร?” “ปล๊าววว...”
คุซาโนะยักไหล่ ก่อนเดินออกไปรอที่รถ กะว่าจะช่วยเสียหน่อย แต่ในเมื่อปากดีนัก
ก็เดินมาขึ้นรถเองก็แล้วกัน เมื่อยล้าขนาดนั้น แต่ก็ยังทิฐิสูงพยายามจะไปเรียนให้ได้ ไม่เกินเที่ยงนี้
เจ้านี้ต้องเป็นลมแน่ ๆ เมื่อคิดได้ดังนั้น วันนี้ทั้งวัน ร่างสูงเลยคอยวนเวียนอยู่แต่กับยูยะไม่ห่าง
จนเพื่อน ๆ ในห้องต่างแปลกใจ ว่านักเรียนใหม่จอมซ่าส์เกาะติดคุณหนูเรียบร้อยราวกับรู้จัก
คบหากันมานาน แม้แต่เพื่อนสนิทอย่างชิเงะ แต่เด็กหนุ่มเป็นคนไม่คิดอะไรมาก
แถมเค้าเองยังรู้สึกว่า คุซาโนะเป็นคนคุยสนุก แล้วก็เข้ากับคนอื่นได้ดีอยู่แล้ว....
เว้นเสียแต่เจ้าตัวเล็ก ยูยะเพื่อนเค้า เป็นอะไรก็ไม่รู้ นั่งหน้าบูดตลอดเวลา....
“ยูยะ... นายเป็นอะไรหรือเปล่า?”
ชิเงอากิถามด้วยความเป็นห่วง ยูยะไม่ตอบ เพียงแต่ส่ายหน้าและพยายามฝืนยิ้มให้ชิเงะ แค่นี้ก็เต็มกลืน
ยูยะรู้สึกมึนหัวตั้งแต่เช้า อยากอ้วก พะอืดพะอม แล้วก็รำคาญตานี้ ที่คอยเกาะแกะเหลือประมาณ
อยากจะไล่ไปให้พ้น ๆ แต่ก็ไม่มีแรงพอจะทำได้ แค่พยายามทำหน้าให้ปกติก็รู้สึกลำบากแล้ว
“อย่างนั้นก็กินข้าวซะสิ ถ้าไม่กิน ฉันกินของนายจริงด้วย” คุซาโนะพูดพลางเคี้ยวข้าวจนพองเต็มแก้ม
ตากลมหันมามองเอาเรื่องทันที ประมาณว่า... ที่เป็นแบบนี้ ก็เพราะนายนั้นแหละ
“อยากอ้วก...ไม่อยากกิน ถ้าอยากกินก็เอาไปสิ...”
พูดจบ ร่างเล็กก็ยืนขึ้น หมายว่าจะเดินออกไปให้พ้นจากตรงนี้ แต่พอยืนขึ้นเท่านั้นแหละ
พื้นที่ยืนอยู่ก็โคลงเคลงเหมือนเดินอยู่ในเรือ แล้วสติสัมประชัญญะก็ดับวูบไปทันที ยูยะเป็นลม....
ล้มลงท่ามกลางความตกใจของชิเงอากิ
เฮ้ย/เฮ้ย
คุซาโนะลุกพรวด รีบรับร่างบางไว้ทันก่อนที่จะล้มลงไปบนพื้นให้บาดเจ็บมากไปอีก
ชิเงอากิถอนหายใจอย่างโล่งอก เขย่าแขนเพื่อนตัวเอง เรียกสติ แต่ก็ไร้ผล หน้าสวยซีดเซียวมาก
“พาไปห้องพยาบาลเถอะ คุซาโนะ” พยักหน้ารับคำ ก่อนช้อนร่างเล็กขึ้น
วิ่งไปที่ห้องพยาบาลอย่างรวดเร็ว โดยมีชิเงอากิวิ่งตามไปไม่ห่าง ในห้องพยาบาล
“ไม่เป็นไรแล้วล่ะจ๊ะ รู้สึกว่า... เจ้าตัวจะมีไข้นิดหน่อย ประกอบกับนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
ปนกับความเครียดด้วย....ให้นอนพักแล้วก็กินยาลดไข้ เดี๋ยวก็หายแล้วล่ะ”
หญิงสาวในชุดกาวน์ ท่าทางใจดี ยิ้มให้เด็กทั้งสอง ชิเงอากิก้มหัวขอบคุณอาจารย์อย่างน้อบน้อม
“ขอบคุณมากครับ อาจารย์”
“กลับไปเรียนเถอะจ๊ะ อีกไม่กี่คาบก็จะเลิกเรียนแล้ว เดี๋ยวค่อยกลับมาเยี่ยมก็ได้”
“ผมขออยู่เฝ้าเค้าได้ไหมครับ เดี๋ยวเค้าตื่นแล้ว ผมจะได้พากลับบ้าน” คุซาโนะพูดกับอาจารย์พยาบาล
ชิเงอากิหันมามองด้วยความตกใจ หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย แต่เมื่อมองสายตาแน่วแน่ของเด็กหนุ่ม
ก็อดจะใจอ่อนไม่ได้ ถอนหายใจ ก่อนจะพยักหน้าน้อย ๆ เป็นเชิงอนุญาต
“แต่ว่า... เรื่องเรียน...” ชิเงอากิพยายามประท้วง“ไม่เป็นไร ฉันโดดได้... นายไปเรียนเถอะ”
ชิเงอากิมองคุซาโนะด้วยความไม่เข้าใจแว่บหนึ่ง ก่อนที่สีหน้าสวยจะแปรเปลี่ยนเป็นความสงบ
ท่าทางอันเป็นปกติของเจ้าตัว
“โอเค... ฉันจะขานชื่อแทนนายเอง แล้วก็จะเอากระเป๋าของพวกนายมาให้ด้วยตอนเลิกเรียน”
ชิเงอากิเดินกลับไปเข้าห้องเรียนอย่างไม่เรื่องมาก ไม่รู้ว่า.... เซ้นส์ของฉันมันจะผิดหรือเปล่า?
แต่ตอนนี้ฉันเชื่อใจนาย ที่จะฝากฝังให้นายดูแลเพื่อนรักของฉันได้ใช่ไหม?
ชิเงอากินึกถึงแววตาที่เค้าเห็นมันแวบหนึ่งในดวงตาคมเข้ม ทะเล้นของคุซาโนะ มันยังติดตรึง
สายตาที่ห่วงใยนักหนา ตอนที่ร่างเล็กล้มลงไปในห้องอาหาร นายจะรู้ตัวไหมนะ?
ตอนที่อาจารย์บอกว่าร่างเล็กไม่เป็นไรแล้ว นายทำหน้าดีใจแค่ไหน...
ห้องพยาบาลของที่นี่ กว้างขว้างมาก มีเตียงพยาบาลอยู่หลายเตียง แล้วก็มีม่านขาวกั้นไว้ระหว่างเตียง
เพื่อกันการรบกวนจากภายนอกเป็นอย่างดี ยูยะอยู่ที่เตียงพยาบาลด้านในสุด ริมหน้าต่าง
ห่างจากโต๊ะอาจารย์ที่อยู่ติดประตูทางเข้า ไกลโขทีเดียว ร่างสูงยืนมองร่างที่หลับใหลอยู่บนเตียงอย่างสงบ
นายรู้ไหม... ว่าทำให้ฉันอายุสั้นลงไปเท่าไร? หัวใจเกือบหยุดเต้น...
มือใหญ่เกลี่ยเส้นผมอ่อนนุ่มที่ปิดหน้าน่ารักที่นอนหลับแผ่วเบา
คุซาโนะนั่งลงข้างเตียงและเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง สายตาคมเข้มมองไปอย่างไร้จุดหมาย
โหยหาอดีตอันแสนไกล.... ที่แม้จะผ่านระยะเวลามานานแต่ความเจ็บปวดไม่เคยจางหายไปกับกาลเวลาเลย
วัยเยาว์ที่เหมือนอย่างเด็กปกติทั่วไป
จนถึง...
อายุสิบห้า...
.......................................................................................
คุซาโนะตื่นจากภวังค์ เมื่อร่างบนเตียงขยับ รีบปรับเปลี่ยนสีหน้าให้เป็นปกติที่เหลือแต่ความเย็นชา
ยูยะลืมตาขึ้น ยังรู้สึกวิงเวียนอยู่นิดหน่อย
“ตื่นแล้ว ก็กลับบ้าน... ทำให้คนอื่นเค้าลำบากจริง ๆ”
เสียงบาดจิตคุ้นหูจากบุคคลคุ้นเคย แม้ไม่อยากจะลุกเท่าไร แต่ก็ทำให้เกิดแรงฮึด
ยันตัวลุกขึ้นจากที่นอน ไม่พูดอะไรทั้งนั้น จนเกือบจะล้มไปอีก ถ้าร่างสูงไม่ประคองไว้ทัน
“ไม่สบายแล้วยังอวดเก่ง”
อีกแล้ว.... จะประชดประชันกันไปถึงไหน? ยูยะจ้องหน้าหล่อเหลา ด้วยแววตาวาวโรจน์
พยายามดันตัวออกจากอ้อมกอดแข็งแรง “ก็ปล่อยให้ตายไปเลยสิ มาช่วยไว้ทำไม?”
“ก็อยากจะปล่อยให้ตายอยู่หรอกนะ แต่นายยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง” คุซาโนะยิ้มเยาะ
“เป็นของเล่นสำหรับฉันไง ถ้านายตายไป เหงาแย่เลย....”
เพราะจิตใจมันอ่อนแอตามร่างกายหรือยังไงกันนะ?
น้ำตามันถึงได้รื้นออกมากับคำพูดทิ่มแทงจิตใจของนายนี่ได้ง่าย ๆ
ยูยะพยายามกลั้นน้ำอุ่น ๆ ที่คลอเต็มเบ้าตา...
ทำไมเค้าต้องมาเจอคนใจร้ายแบบนี้ด้วย ในโลกนี้ไม่มีใครที่รักเค้า คอยให้กำลังใจ
ปลอบประโลมในยามอ่อนแออีกแล้วใช่ไหม? ทำไมแม่ต้องปล่อยให้เค้าเจอกับหมอนี่ด้วย...
คุซาโนะชะงักไปนิดนึง... คุณชายอวดเก่งคนนั้น
กลายเป็นลูกกวางน้อยที่บอบบาง อ่อนแอได้เพียงนี้เชียวหรือ?
หรือว่าเค้าจะเข้าใจผิดมาโดยตลอด...
“ฉัน... ฉัน...” ขอโทษ... คำพูดสุดท้ายแผ่วเบา หายไปในลำคอ
“ฉันจะพานายกลับบ้าน...”
……………………………………………………….
End part.6
.
.
โฮะ โฮะ โฮะ ทู บี คอนทีนิว....
With Love
orangecoco
edit @ 18 Mar 2008 00:53:02 by Coco